ข่าวสารทั่วไป
'ตระกูลศรีชวาลา'ผละสิ่งทอ ทุ่ม7พันล้านลุยโรงแรมเต็มตัว
ตระกูล"ศรีชวาลา"บุกธุรกิจโรงแรมเต็มตัว ทุ่มงบกว่า 7 พันล้านบาท ผุด 6 โรงแรมใหม่ภายใน 2-3 ปีนี้ เล็งบุกย่านสุขุมวิท-สีลม-หลังสวน ดึงเชนแอคคอร์บริหาร พร้อมขยายการลงทุนสู่เมืองท่องเที่ยว ประเดิมที่เกาะสมุย ล่าสุด เทกโอเวอร์โรงแรมสมุยปาร์ค เตรียมแผนขยับสร้างกำไรต่อโดยโอนทรัพย์สินเข้าพร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ ควบแผนลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นสเต็ปต่อไป มั่นใจสัดส่วนรายได้จากอสังหาริมทรัพย์จะกลายเป็นรายได้หลักแทนธุรกิจสิ่งทอ
นายกฤษณ์ ศรีชวาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทฟิโก้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังจากฟิโก้ ได้เบนเข็มจากธุรกิจนำเข้าส่งออกสินค้าสิ่งทอ มาลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานหลายแห่ง รวมถึงร่วมลงทุนกับกลุ่มซีดีแอล ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์จากประเทศสิงคโปร์เพื่อสร้างโรงแรมแกรนด์ มิลเลนเนียม สุขุมวิท ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ และโรงแรมเลอ ฟินิกซ์ สุขุมวิท 11 ที่บริษัทลงทุน 100% ซึ่งถือว่าไปได้ดี จึงมีแผนจะขยายการลงทุนในธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น
"จะลงทุนสร้างโรงแรมใหม่ อีก 6 แห่ง มูลค่ากว่า 7 พันล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนมีทั้งการกู้เงินจากธนาคารและเงินทุนส่วนตัว ซึ่งโครงการต่างๆกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าได้แก่ โรงแรม ฟินิกซ์ หลังสวน ลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท โรงแรมฟินิกซ์ เพลินจิต ลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท โรงแรมฟินิกซ์ สีลม ลงทุนประมาณ 800-1,000 ล้านบาท และโรงแรมฟินิกซ์ สุขุมวิท (ถนนสุขุมวิท 22) ลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งในแต่ละแห่ง จะมีห้องพักเฉลี่ยประมาณ 250-300 ห้อง เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว โดยอยู่ระหว่างการเจรจากับเชนแอคคอร์ เพื่อจะจ้างให้มาบริหารโดยใช้แบรนด์โนโวเทล "นายกฤษณ์ กล่าวและว่า
นอกจากนี้บริษัทยังได้เข้าไปซื้อกิจการของโรงแรมสมุยปาร์ค พร้อมดำเนินการปรับปรุงโรงแรมใหม่ ใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท อีกทั้งมีแผนจะสร้างโรงแรมระดับ 5 ดาว อีกหนึ่งแห่งบนเกาะสมุยด้วย มูลค่าประมาณ 2,200-2,400 ล้านบาท มีทั้งส่วนที่เป็นโรงแรม ซึ่งเป็นเฟสแรก คอนโดมิเนียมและวิลล่า จะเป็นการลงทุนระยะที่ 2
"การลงทุนในธุรกิจโรงแรมของผม ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่โรงแรมระดับ 4 ดาวเป็นหลัก เนื่องจากมองว่าแนวโน้มของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย มีอัตราการขยายตัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมองว่าการลงทุนในระดับ 3-4 ดาว จะเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโตสูงที่สุด และจุดสำคัญที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้ง การบริหารต้นทุน เป็นหลัก"
สำหรับโรงแรมแกรนด์ มิลเลนเนียม สุขุมวิท ซึ่งร่วมทุนกับกลุ่มซีดีแอล ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์จากสิงคโปร์ นั้นเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว มีจำนวน 325 ห้องพัก ตั้งอยู่บนถนนอโศก สุขุมวิท 21 ใกล้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีกลุ่มลูกค้าตลาดคอร์ปอเรต เป็นหลัก ต่างจากโรงแรมอื่นที่เน้นตลาดนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งโครงการนี้คาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 10 ปี เพราะเน้นจุดเด่นด้านความทันสมัยและการเดินทางที่สะดวกสบาย ด้วยทำเลอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดิน
ด้านนายสรกฤช วรอุไร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัทฟิโก้ คอร์ปอเรชั่นฯ เปิดเผยว่า ฟิโก้ เป็นบริษัทโฮลดิ้ง เปลี่ยนชื่อมาจากฟีนาเท็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งดำเนินธุรกิจนำเข้า-ส่งออกเครื่องจักรและเส้นด้ายสำหรับอุตสาหกรรมทอผ้ามานานถึง 60 ปี และเริ่มขยายการลงทุนมาสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ อาคารสำนักงาน เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และโรงแรม โดยปรับโครงสร้างธุรกิจ จากสิ่งทอมายังอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากอัตราการเติบโตของธุรกิจเท็กซ์ไทล์เริ่มอยู่ตัว แม้ว่าจะยังเป็นรายได้หลักของบริษัทอยู่ในขณะนี้ก็ตาม โดยในขณะนี้ได้รวบรวมบริษัทที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดมาอยู่รวมกันแล้วค่อยๆแยกบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสิ่งทอออกไป เพื่อเตรียมนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป
นายสรกฤช กล่าวอีกว่า สำหรับ 4 โครงการที่ได้เริ่มพัฒนาไปก่อนหน้านี้เป็นอาคารสำนักงาน 2 โครงการและโรงแรมอีก 2 โครงการ ล่าสุดอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ Interchange 21 เป็นอาคารสำนักงานและพื้นที่พาณิชยกรรม บริเวณสี่แยกอโศกมนตรี โดยร่วมทุนกับ Bisshop ซึ่งทำธุรกิจสิ่งทอจากสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนแผนลงทุนในปีนี้จะเน้นไปที่ธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น โดยในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทตั้งผลตอบแทนลงทุน 15% เน้นใจกลางธุรกิจและหัวเมืองหลักด้านการท่องเที่ยว มีทั้งลงทุนเอง 100% และร่วมทุนกับพันธมิตรและกลุ่มทุนต่างชาติ โดยเช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี
"รายได้จากการลงทุนที่ผ่านมาและปีหน้าจะเริ่มทยอยเข้ามาจนถึงปี 2553 ซึ่งจะทำให้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นรายได้หลักแทนรายได้จากธุรกิจสิ่งทอ โดยมีสัดส่วนเกิน 50% ของรายได้ทั้งกลุ่ม และบริษัทยังมีแผนตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำสินทรัพย์ที่มีอยู่เข้าระดมทุนด้วย"
ขณะที่นายแอนโทนี่ โอนีล ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแกรนด์ มิลเลนเนียม สุขุมวิท กล่าวเสริมว่า จุดเด่นของโรงแรม จะอยู่ที่เทคโนโลยีที่ล้ำทันสมัย อาทิ กุญแจแบบคีย์การ์ดระบบสัมผัส และอุปกรณ์ที่ใช้ภายในห้องพักทั้งหมดจะเป็นระดับไฮเอนด์ อาทิ ของใช้ภายในห้องน้ำตั้งแต่แชมพูสระผม ครีมนวดผม สบู่และโลชันนั้นจะใช้แบรนด์ของ "Molton Brown" กาแฟใช้ของ "ILLY" นำเข้าจากประเทศอังกฤษ และชายี่ห้อ "RONNEFELDT" จากประเทศเยอรมนี เป็นต้น เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังมีห้องประชุมจำนวน 11 ห้อง และมีห้องจัดเลี้ยงพื้นที่รวมกว่า 2,000 ตร.ม. โดยเฉพาะห้องแกรนด์บอลรูมมีขนาด 500 ตร.ม. สามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 500 คน เป็นต้น
อนึ่ง เครือฟิกโก้ ทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกเครื่องจักรและเส้นด้ายสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ มานานกว่า 60-70 ปี และหันทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้ชื่อฟิโก้ คอร์ปอเรชั่น อาทิ ธุรกิจอพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงาน เมื่อ 6-7 ปีที่แล้วและเพิ่งเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมเมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยการลงทุนสร้างโรงแรมเลอฟินิกซ์ ตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 11 บริหารโดยเชนแอคคอร์ และร่วมทุนกับบริษัท ซีดีแอล จากประเทศสิงคโปร์ เปิดโรงแรมแกรนด์ มิลเลนเนียม สุขุมวิท โดยเปิดตัวโรงแรมอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา
ด้านนายสมศักดิ์ ศรีศุภรวาณิชย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย กล่าวถึงการเปลี่ยนไลน์หรือขยายการลงทุนของธุรกิจสิ่งทอว่ามีสาเหตุมาจากทั้งขาดทุนหรือมีลู่ทางและโอกาสที่ดีกว่า เช่นบริษัทไทยรวมสินพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด หันไปทำธุรกิจอาหารทะเลกระป๋อง กลุ่มธนาพรชัย หันมาค้าข้าว เครือเบทาโกร มาทำธุรกิจเกษตรและอาหารสัตว์ ซึ่งตัวเลขของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เมื่อปีที่ผ่านมา มีสถิติขอเปิดหรือขยายกิจการมากกว่าขอปิดกิจการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจสิ่งทอยังไปได้ดี ล่าสุดเครือสหพัฒน์ ก็ไปเทกโอเวอร์บริษัทเอราวัณสิ่งทอฯ ซึ่งเป็นธุรกิจสิ่งทอชั้นนำของญี่ปุ่นในไทย โดยเตรียมจะโอนหุ้นและประชุมผู้ถือหุ้นในปลายเดือนนี้ด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2320 08 พ.ค. - 10 พ.ค. 2551
win