ข่าวเด่น
ทุนสแกนฯแห่ผุดศูนย์สุขภาพจ.ท่องเที่ยว
คอลลิเออร์ ชี้เทรนด์ใหม่การลงทุนกลุ่มสแกนดิเนเวียน เน้นเปิดศูนย์สุขภาพตามเมืองท่องเที่ยวหลัก นอกโครงการบ้านพักตากอากาศ ล่าสุดมีดีลกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เล็งผุดศูนย์สุขภาพแห่งแรกที่ระยอง ด้านหอการค้า ประเมินอีก 10 ปี ชาวสแกนแห่ซื้อบ้านหลังที่ 2 ในไทยอีกกว่า 1 แสนหลัง เผยราคาที่ดินชลบุรีราคาต่ำสุด ส่วนเกาะสมุยแพงสุด
นายปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอลลิเออร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยฯ เปิดเผยกับ
"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากการสำรวจและทำวิจัยเกี่ยวกับกลุ่มทุนสแกนดิเวียนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยพบว่ากลุ่มทุนดังกล่าวมีความสนใจจะเข้ามาลงทุนเปิดศูนย์สุขภาพ เพื่อให้การรักษาและดูแลผู้พักฟื้นที่อยู่ตามหัวเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย เพิ่มเติมจากการเข้ามาลงทุนโครงการบ้านพักตากอากาศที่ปัจจุบันมีอยู่แล้วจำนวน 1,148 ยูนิต วิลล่า 1,075 ยูนิต และโรงแรมซึ่งมี 1 แห่ง (สแกนดิ โฮเต็ล บริเวณประตูน้ำ) คิดเป็นสัดส่วนการลงทุนโครงการบ้านพักตากอากาศ 51% และโครงการวิลล่า 49%
สำหรับความคืบหน้าการเข้ามาลงทุนเปิดศูนย์สุขภาพในไทยนั้น ขณะนี้กลุ่มสแกน ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เพื่อช่วยประสานงานทางด้านการรักษาก่อนจะตัดสินใจลงทุนในระยองเป็นแห่งแรก ซึ่งในขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อโครงการได้ และการที่กลุ่มสแกนสนใจเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้น เพราะชอบแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมไทย ที่ล้วนเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้เดินทางเข้ามาไทยเป็นจำนวนมาก และมีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปีนับตั้งแต่ปี 2546 และในปี 2550 คือมีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 17.4% จากปี 2549 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวราว 6.4 แสนคน เพิ่มเป็น 7.5 แสนคน โดยมีนักท่องเที่ยวจากประเทศสวีเดนสูงสุดประมาณ 3.7 แสนคน รองลงมาเป็นชาวนอร์เวย์ 1.38 แสนคน
ชาวเดนมาร์ก 1.35 แสนคน และชาวฟินแลนด์ 1.1 แสนคน ตามลำดับ
ส่วนระยะเวลาพำนักในไทยนั้น นักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์พำนักยาวที่สุด 16.42 วัน รองลงมา คือ สวีเดน16.20 วัน เดนมาร์ก 14.81 วัน และฟินแลนด์ 14.11 วัน ตามลำดับ และเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่ชาวสแกนดิเนเวียนเดินทางมามากที่สุด ส่วนภูเก็ต เขาหลัก ชายฝั่งทะเลอันดามันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุด อย่างไรก็ตาม การที่ไทยมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ทำให้การเมืองมีความสงบเรียบร้อยเกิดขึ้น ส่งผลให้มีกลุ่มทุนสแกน เข้ามาลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เพิ่มขึ้น จากปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่ารวม 1 หมื่นล้านบาท และในปีนี้คาดว่าจะสูงถึง 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นการลงทุนโครงการประเภทวิลล่าและคอนโดมิเนียม ในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เช่น ระยอง หัวหิน ภูเก็ต
นายปฏิมา กล่าวอีกว่า จากเดิมสแกนดิเนเวียนส่วนใหญ่ เลือกซื้อหรือเช่าบ้านพักตากอากาศในประเทศฝรั่งเศสและสเปน แต่ปัจจุบันมีความสนใจและหันมาเลือกซื้อบ้านพักตากอากาศที่ไทย เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม มลพิษมีไม่มาก เหมาะแก่การมาอยู่พักผ่อนในช่วงวัยเกษียณและช่วงหยุดยาว อีกทั้งวัฒนธรรมการใช้ชีวิตเรียบง่ายและเป็นเมืองที่ปลอดภัยมากประเทศหนึ่งจึงเป็นเหตุผลให้ต่างชาตินิยมเดินทางมาเที่ยวและพำนักในไทยเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างไรก็ตามจากการหารือกับผู้อำนวยการหอการค้ากลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียนได้ทราบว่าทางหอการค้าของกลุ่มสแกนได้ประเมินสถานการณ์ทางธุรกิจในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีนักท่องเที่ยวจากกลุ่มสแกนเข้ามาซื้อบ้านพักตากอากาศและวิลล่าใกล้แหล่งท่องเที่ยวในไทยกว่า 1 แสนคน จากสถิติปีนี้ที่มี 1 หมื่นคน นับเป็นการเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว
ดังนั้น หอการค้ากลุ่มสแกน จึงอยากให้ประเทศไทยออกมาตรการรองรับตรงจุดนี้ โดยการยืดระยะเวลาการถือครองทรัพย์สินอันเป็นอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 30 ปีขยายเวลาเป็น 60 ปี แต่ถ้าให้ดีที่สุดควรขยายให้ถึง 70 ปี รวมถึงการยืดระยะเวลาการถือวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจากปกติ 16 วันอย่างน้อย หรือ 40 และ 60 วัน ให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากยืดระยะเวลาดังกล่าวจะทำให้มีนักธุรกิจของกลุ่มสแกน เข้ามาลงทุนในไทยและนักท่องเที่ยวมาพำนักในไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มีการลงทุนและรายได้จากการใช้จ่ายหมุนเวียนในไทยมากขึ้น และทำให้ธุรกิจไทยมีการเติบโตอย่างเข้มแข็ง
ด้านนางสาวริษิณี สาริกบุตร ผู้จัดการฝ่ายวิจัย ของ คอลลิเออร์ กล่าวว่า การลงทุนในโครงการของกลุ่มสแกนดิเนเวียนสูงสุดอยู่ใน จ. ระยอง ประมาณ 809 ยูนิต ซึ่งมีทั้งบ้านพักแบบวิลล่า และคอนโดมิเนียม มีมูลค่าโครงการสูงถึง 4,800 ล้านบาท คิดเป็น 29% ของมูลค่าโครงการของการลงทุนจากกลุ่มสแกนทั้งหมด รองลงมาได้แก่หัวหิน 468 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,105 ล้านบาท และพัทยา 259 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,550 ล้านบาท (ตารางประกอบ) จากปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อที่พักในไทยของชาวสแกนดิเนเวียน ที่ส่วนมากคำนึงถึงระยะทางความใกล้ไกลจากกรุงเทพฯและเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ จึงส่งผลให้ช่วงราคาขายซึ่งคิดเป็นตารางเมตร(ตร.ม.)ในแต่ละสถานที่สูง
อย่างไรก็ดี จากการสำรวจเฉลี่ยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3.8-8.5 หมื่นบาทต่อตารางเมตร แล้วแต่ทำเล พบว่าบางแสนราคาถูกสุดเริ่มต้นที่ 2.9 หมื่นบาทต่อตารางเมตร และเกาะสมุยราคาแพงสุดเริ่มต้นที่ 1.2 แสนบาทต่อตารางเมตร ส่วนทำเลที่กลุ่มสแกนเลือกลงทุนโครงการมากที่สุด ได้แก่ ระยอง บางแสน และ
พัทยา ซึ่งได้เปรียบในเรื่องระยะทางที่ใกล้กรุงเทพฯ และราคาต่อตารางเมตรต่ำ แต่ในอนาคตแนวโน้มการขยายตัวจะไปยัง จ.ภูเก็ต บริเวณเขาหลัก สมุย และ ปราณบุรี มากขึ้น เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ การเดินทางสะดวกเพราะมีเที่ยวบินตรงและเที่ยวบินเช่าเหมาลำบริการในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวเป็นอย่างดี
อนึ่ง การเข้ามาของกลุ่มทุนสแกนดิเนเวียนในไทยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2546 โดยโครงการแรกที่เข้ามานำร่องลงทุน คือ โครงการหมู่บ้านสแกนดิเนเวียน ที่บางแสน ซึ่งสร้างความสนใจให้แก่นักลงทุนชาวสแกนดิเนเวียนในไทยอย่างมาก ถือเป็นจุดเปลี่ยนการลงทุนที่ชัดเจน จากธุรกิจท่องเที่ยวของชาวสแกน และสานต่อไปในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเริ่มต้นจากประเทศสวีเดน และขยายต่อไปยังเดนมาร์กและนอร์เวย์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2320 08 พ.ค. - 10 พ.ค. 2551
