ทั่วไป
ชายหาดติดดาว
ทำไมเราต้องติดดาวให้กับ "ชายหาด"
เพราะ "ดาว" ที่ติดคือการสะท้อนให้มนุษย์ผู้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติแบบฟุ่มเฟือยอย่างเราๆ ได้รู้ว่าทุกวันนี้มีหาดทราย สายลม ณ ชายหาดใดบ้างที่มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดยังเวอร์จิ้น ใสสะอาด ปราศจากมลพิษ หรือว่ามีอาการน่าเป็นห่วงระดับขั้นโคม่าแล้ว !
ในเมืองไทยของเรามีชายหาดตั้ง 500 กว่าหาด เรามีพื้นที่บริเวณชายฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันถึง 2,631 กิโลเมตร ขณะที่จำนวนหาดที่มีการติดดาวให้ไปมีอยู่แค่ 150 หาดเท่านั้น
หากดูจากจำนวนหาดติดดาวแล้วยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของที่มี ดังนั้น อาจฟันธงได้ว่าการจัดการด้านคุณภาพของชายหาดในบ้านเรายังถือว่าน้อยมาก ซึ่งในแง่ของนักท่องเที่ยวผู้หลงรักกลิ่นอายของชายหาดอย่างเราๆ ไม่ควรเพิกเฉยกับเรื่องนี้แล้ว หากยังคิดถึงทะเล หาดทราย และสายลม อยู่ทุกลมหายใจเพื่อจับรถไปหาที่พักผ่อนหย่อนใจ
...................
เจ้าไอเดีย "ติดดาว"
เจ้าไอเดียในการคิดติดดาวให้ชายหาดมิใช่ใครอื่น คือกรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2545 แล้ว
ปีแรกๆ (2545-2547) ที่ทำเรื่องนี้ เห็นว่ามีชายหาดที่สามารถติดดาวให้ได้แค่ 13 หาด ปี 2548 มีเพิ่มขึ้นเป็น 28 หาด แต่พอปี 2549 มีหาดที่ผ่านเกณฑ์ถึง 105 หาด
ปี 2550 มีเพิ่มสูงขึ้นเป็น 150 หาด แบ่งเป็นหาดที่ได้คุณภาพดี 5 ดาว 4 แห่ง คือ หาดบิเล๊ะ เกาะห้อง หาดยาว เกาะพีพี จ.กระบี่ หาดเกาะอาดัง และหาดเกาะลิดี จ.สตูล, 4 ดาว 82 แห่ง และ 3 ดาว (ต่ำสุด) 67 แห่ง
เกณฑ์ที่กรมควบคุมมลพิษใช้ในการตัดสินหลักๆ ก่อนคิดจะติดดาวให้แต่ละหาดนั้นก็คือ เรื่องการจัดการ โดยจะดูว่ามีการจัดการที่ดีหรือไม่, ดูคุณภาพด้านมลพิษ, ดูด้านธรรมชาติรอบๆ หาด เช่น ความสมบูรณ์ของหาดทราย, สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนชายหาด เช่น ปูลม ถ้ามีถือว่ายังมีความสมบูรณ์ดี, ต้นไม้บริเวณชายหาด
เป็นเกณฑ์ที่ต้องมีเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษและหลายหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ ถึงขนาดต้องดูละเอียดยิบ อย่างคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง จะมีการพิจารณาค่า
แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด และความขุ่นในรูปสารแขวนลอย หรือปริมาณขยะตกค้างจะพิจารณาปริมาณขยะตกค้างในน้ำ บนชายหาด และชุมชนชายทะเล อีกทั้งยังดูความสมบูรณ์ของชายหาด พิจารณาสันทราย (sand dune) การกัดเซาะชายหาด สภาพปะการัง การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการรุกล้ำชายหาด
เรียกว่าตรวจเข้มกันเลยละ โดยแบ่งการตรวจสอบเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว (high
season) 4 ครั้ง (ในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน และธันวาคม) และนอกฤดูท่องเที่ยว (low season) 2 ครั้ง (ในเดือนมิถุนายนและสิงหาคม) พร้อมทั้งพิจารณาวันหยุดเทศกาลวันเสาร์-อาทิตย์ วันธรรมดา ประกอบการกำหนดเวลาการออกสำรวจด้วย
สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ บอกว่า การให้ดาวกับชายหาดมีตั้งแต่ 1-5 ดาว ดาวที่ใช้กับชายหาดจะเป็นดัชนีวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมว่าอยู่ในระดับใด
เราดูตั้งแต่น้ำ ขยะ อากาศ การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้คนไปเที่ยว ประชาชนในท้องที่ได้รู้ว่าหาดนี้มีคุณภาพเป็นอย่างไร ทำให้ได้ประโยชน์ตามมาคือ ถ้าชายหาดสวยก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ท้องถิ่นได้ นักท่องเที่ยวเองก็จะได้สบายใจเวลาลงเล่นน้ำ
"เรายอมรับว่าปีแรกๆ มีชายหาดที่เสนอเข้ามาน้อย ประเมินได้แค่ 13 หาด แต่พอผ่านมาได้ระยะหนึ่งก็มีจำนวนหาดที่ยื่นขอประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมกับเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด 150 หาดในปี 2550 โดยในปี 2551 นี้ เราตั้งเป้าว่าจะมีหาดที่ได้รับการติดดาวเพิ่มขึ้นเป็น 208 หาด โดยจะมีการเปลี่ยนวิธีการประเมินใหม่ จากเดิมแค่กรมควบคุมมลพิษ
ก็จะมีการดึงหน่วยงานอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย อาทิ สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และภาคเอกชนอย่างบางจากฯ"
หาดอะไรได้ดาวต่ำสุด ?
ว่ากันว่า ในแง่ของการท่องเที่ยวทางทะเลในบ้านเรานั้นไม่เป็นสองรองใคร เพราะมีความสวยงามมากๆ มีเกาะอยู่ 513 เกาะ มีชายหาดเป็นแนวยาว แต่ทว่าชายหาดที่สำคัญหลายแห่งกลับไม่ได้รับการจัดการที่เหมาะสม ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายมากจากน้ำมือของนักท่องเที่ยวที่ปากก็บอกว่ารักแต่มักทิ้งรอยแผลอย่างขยะ การเหยียบย่ำรุกล้ำเอาไว้ให้ชายหาด จนทัศนียภาพของชายหาดบางแห่งไม่เหลือเค้ารอยแห่งความสวยงาม
จากข้อมูลที่กรมควบคุมมลพิษพบเจอก็คือ ชายหาดที่ได้รับดาวน้อยที่สุดก็คือ
3 ดาว มีอยู่ราว 67 แห่งเชียวนะ อาทิ หาดแม่รำพึง จ.ระยอง, หาดปากเมง จ.ตรัง, หาดตาแหวน จ.ชลบุรี (อยู่ที่เกาะล้าน) ซึ่งหากทั้ง 3 หาดที่ได้รับ 3 ดาว มีการพัฒนาในแง่ต่างๆ ดีขึ้นก็มีโอกาสที่จะได้รับดาวเพิ่มในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ การจัดการไม่จำเป็นต้องใช้เงินเสมอไป เพราะบางพื้นที่ก็ยังมีงบประมาณไม่เพียงพอ แต่สามารถที่จะนำชุมชน หรือคนที่อยู่ในชุมชนมาร่วมกันพัฒนาชายหาดได้ หาดนั้นก็จะฟื้นคืนความสดใสขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งได้เหมือนกัน
ดูอย่างหาดบางแสน ชลบุรี ก็ได้ยกระดับจาก 3 ดาว เป็น 3 ดาวครึ่ง อันเป็นผลมาจากความใส่ใจในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมชายหาดของหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า ถ้ามองประเด็นทางสิ่งแวดล้อมอาจจะมองจากทะเลเป็นหลัก แต่อย่าลืมว่าเราใช้ทะเลเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนกันมานาน เวลามองเราจึงมองเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม เข้าไปด้วย
ส่วนเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวมองว่า หน่วยงานของเขามีหน้าที่จัดมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้ว โดยชายหาดก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งต่อไปเราคิดว่าจะเน้นในเรื่องอุทยานแห่งชาติด้วย เพราะการทำตรงนี้เป็นเรื่องที่ดี เป็นการมองทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวไปด้วยกัน ตอนนี้อาจเป็นแค่มาตรฐานระดับชาติ แต่ต่อไปเราคิดว่าจะเสนอเข้าไปในระดับโลก
ขยะ ปัญหาที่ต้องแก้ด้วยใจ !
ไม่น่าเชื่อว่า ปัญหาสำคัญของการทำให้ชายหาดไม่ได้มาตรฐานนั้นมาจากน้ำมือมนุษย์ โดยเฉพาะปัญหาขยะนั้นกลายเป็นอะไรที่จะอาศัยเพียงแต่เจ้าหน้าที่ประจำหาดเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องใช้จิตสำนึกเข้าไปร่วมด้วย
เจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บอกว่า เขาเองก็มีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติทางทะเล มีทั้งทะเลในฝั่งอ่าวไทย อันดามัน มีเจ้าหน้าที่ประจำ มีคนงานคอยเก็บขยะริมชายหาดทุกวัน ทั้งในเขตน้ำลึกก็มีขยะทางทะเลด้วย เราจึงมีการส่งนักประดาน้ำไปเก็บขยะทุกเดือนอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยขยะที่พบมากที่สุดคือ
ถุงพลาสติก
เป็นถุงพลาสติกอีกแล้วที่ทำร้ายธรรมชาติ ซึ่งเราๆ ก็รู้กันอยู่ว่า ...ถุงพลาสติก 1 ใบ ใช้เวลาผลิตแค่ 1 วินาที นำมาใช้งานเพียง 20 นาที แต่ต้องใช้เวลาถึง 100-400 ปี ในการย่อยสลายธรรมชาติ...แทบจะท่องกันคล่อง แต่ปฏิบัติกันยากเหลือเกิน
การอาศัยเจ้าหน้าที่อย่างเดียวคงจะไม่ได้ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ บอกอีกว่า ต้องอาศัยนักท่องเที่ยว ประชาชนในท้องถิ่น ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกัน โดยเฉพาะการรณรงค์ให้เอาอาหาร ขยะ กลับไปด้วย อย่าเอาขยะไปทิ้ง แม้แต่ที่ริมหาด เพราะเมื่อมันถูกกองสุมๆ อยู่ ก็ดูไม่สวยงามแล้ว นอกจากนี้ตามอุทยานแห่งชาติทางทะเล จะมีกิจกรรม Big Cleaning Day ปีละ 1-2 ครั้ง
...การไปเที่ยวทะเล ต้องรักษาความสะอาดของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ได้ ไม่เช่นนั้น หากน้ำทะเลเกิดความสกปรก ปะการังก็จะตายในทันที !
...................
โครงการติดดาวให้ชายหาด จึงไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่ส่งเสริมการท่องเที่ยวดึงให้ผู้คนกระโจนเข้าหาเป็นจำนวนมาก แต่เป็นการมุ่งเน้นให้ประชาชน นักท่องเที่ยวเกิดจิตสำนึกที่ดี และมีพฤติกรรมที่ดีตามมาด้วยหากคิดจะใช้ชายหาดเป็นแหล่งพักพิงที่พึ่งทางใจไปอีกนานแสนนาน
ก่อนคิดไปเที่ยวทะเลครั้งใด สิ่งที่เราควรมองคงไม่ใช่ดาวที่ประดับในชายหาดเพียงอย่างเดียว อย่าลืมเพ่งมองดวงดาวในใจด้วยนะว่า คุณน่ะมีจิตสำนึกพอที่จะติดดาวได้สักกี่ดวงที่จะรักษาชายทะเลตรงหน้า !
ดาวในใจอาสาสมัครช่วยทะเล
- พิธาน ผลนิวาสน์ instructor Wahoo Diving Center
"ชายหาดติดดาว ผมมองว่าถ้าทำเพื่อเป็นจุดประสงค์ว่าให้เป็นหาดตัวอย่าง เพื่อในพื้นที่อื่นๆ พัฒนาขึ้นมา ผมว่าเป็นเรื่องน่าสนใจ แต่ถ้าทำเพื่อผลพลอยได้เรื่องการค้า อันดับที่ 1 เลยที่ว่าต้องไปอยู่เลย มันก็เป็นปกติอยู่แล้วที่คนจะอยากไปอยู่ อยากไปสัมผัส ถ้าการเรตมีพารามิเตอร์ที่วัดค่าได้ หรือสามารถชี้แจงหรือแสดงให้สังคมเห็นได้ว่า ได้ดาวมาเพราะอะไร ยกตัวอย่างเช่น ที่ได้ที่นี่เพราะมีทีมงานในการเก็บขยะทุกวันเลย แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเยอะทุกวัน อบต.ก็มีการจ้างคนมาเก็บถุง เก็บขยะ ทุกอย่างทำได้อย่างสวยงาม หาดมีการห้ามเจ็ตสกี สมมติว่านี่คือหลักเกณฑ์ แล้วก็ทำได้จริงๆ หรือที่ไหนมีการรักษาอนุรักษ์เต่าทะเลอย่างได้ผล มีเต่าขึ้นมาวางไข่บนชายหาด มีชื่อเสียงอย่างนี้ก็น่าสนับสนุน น่าเอาอย่าง แม้ว่าคนจะอยากเข้ามา แต่ก็มีการควบคุม อย่างนี้ก็น่าสนับสนุน"
...ผมเห็นด้วยถ้ามีการทำหลักเกณฑ์ที่โปร่งใส มีหลักฐานมาพิสูจน์ได้ว่าได้ดาวเพราะอะไร ยิ่งมีจุดประสงค์ชัดเจน ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับการท่องเที่ยวด้วยซ้ำไป เรื่องของการท่องเที่ยวแบบนี้กับการอนุรักษ์ผมว่ามันไปด้วยกันได้...
- ชัฎชัย เทวบุญ dive master แห่งชุมพรคาบานา รีสอร์ต
"นอกจากเก็บขยะใต้น้ำทั่วๆ ไป งานอาสาใต้น้ำที่เป็นทางการก็ตอนสึนามิ เคยเข้าร่วมโครงการฟื้นปะการัง sea fan โดยเราสกูบาลงไปจับปะการังให้มันยืน ต้นไหนที่ล้มเราก็จับมาปักให้มันตั้ง ตอนนั้นมีคนร่วมเป็น 100 คน ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ความเสื่อมโทรมของปะการัง นักท่องเที่ยว นักดำน้ำ ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่มันก็มีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดเปลี่ยนแปลง อย่างอุณหภูมิน้ำ ธรรมชาติของปะการังฟอกขาว เพราะกว่ามันจะโต 1 เซนติเมตรต้องใช้เวลา 4-5 ปี แต่ที่มีผลกระทบมากที่สุด ผมว่ามาจากเรื่องการทำประมงนะ การใช้อวนตาถี่ทำลายปะการังไปเยอะมาก"
...ผมมองว่าการดำน้ำเที่ยวไม่เหมือนการดำน้ำเชิงอนุรักษ์ คือ มุ่งพลิกฟื้น มันเป็นการรวมกลุ่มกันเพื่อช่วยสิ่งแวดล้อม ซึ่งคนกลุ่มนี้ถึงจะมีน้อยแต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย...
- ตั้น-จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี
สาวน้อยทายาทสิงห์ก็เป็นอีกคนที่หากว่างเมื่อใด เป็นต้องดำน้ำลงไปเก็บขยะพร้อม คุณแม่ต้น-คุณหญิง ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี และ คุณพ่อนิดหน่อย-
จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี เสมอ
"ตั้นสนใจเรื่องนี้มากนะ จบด้านสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเล คณะภูมิศาสตร์ ที่คิงส์คอลเลจ อังกฤษ ตอนทำวิทยานิพนธ์ เคยลงไปที่กระบี่ ไปดูแลแนวปะการัง ป่าชายเลน ที่ทุกวันนี้ใกล้จะหมดแล้ว ตั้นพบเลยนะว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดบริเวณชายฝั่งก็คือเรื่องขยะ เพราะมีอยู่เยอะมาก อีกอย่างก็คือป่าชายเลนกำลังจะหายไป ถ้าหายปลาก็ไม่อยู่แล้ว ส่วนการลงไปเก็บขยะใต้ทะเล ถ้ามีโอกาสก็ยังทำอยู่เสมอค่ะ"
มหาสมุทรและท้องทะเล
มีพื้นที่ในโลกราว 349 ล้านตารางกิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์คาดว่าในช่วงไม่กี่ทศวรรษหน้าจะสามารถจำแนกพืชและสัตว์ทะเลสายพันธุ์ใหม่ได้อย่างน้อย 2 ล้านสายพันธุ์
บริการที่ให้กับโลก - แหล่งเก็บคาร์บอนขนาดใหญ่ที่สุดในโลกควบคุมภูมิอากาศ อาหาร (แหล่งโปรตีนสำคัญสำหรับผู้คน 1,000 ล้านชีวิต) ความหลากหลายทางชีวภาพ เขตฉนวนหรือแนวเชื่อมต่อในการอพยพสำหรับสัตว์ทะเล การซื้อขายปลา/ผลิตภัณฑ์ประมงในตลาดโลกมูลค่าสูง (72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ประโยชน์ด้านชีวภาพ (เทคโนโลยีไฟเบอร์ออปติกจากฟองน้ำทะเล) การเดินเรือและการขนส่ง (ร้อยละ 90 ของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ)
สินค้าที่ให้กับโลก - แหล่งพลังงานทดแทน (คลื่น/น้ำขึ้นน้ำลง/กระแสน้ำ/ลม/ความร้อน) แหล่งน้ำเค็มสำหรับนำมาเปลี่ยนเป็นน้ำจืด
สิ่งที่ได้รับจากมนุษย์ 6,500 ล้านคนที่อาศัยอยู่บนโลก ?
(ที่มา : ชีพจรโลกท่ามกลางวิกฤตโลกร้อน เนชั่นแนลจีโอกราฟิก) (หน้าพิเศษ)

