สภาร้อยเกาะ

ข่าวสารทั่วไป

ช้าไปแล้ว "พ.ร.บ.ค้าปลีกค้าส่ง" หลังโมเดิร์นเทรด 1,086 สาขารุกทั่วประเทศ

by นำโชค @February,21 2008 11.13 ( IP : 118...204 )
photo inv01210251p2.jpg , 150x223 pixel , 11,502 bytes.

ในช่วง 1 ปีของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อาจเรียกได้ว่า เป็นช่วงระยะเวลาแห่งการเสียเปล่า เมื่อกระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถผลักดันร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. ... ให้มีผลบังคับใช้ได้สำเร็จ ในขณะที่ผู้ประกอบการห้าง ค้าปลีกสมัยใหม่ (modern trade) เองกลับรีบเร่งรุกขยายสาขาออกไปทั่วประเทศ จนไม่แน่ใจว่า หากรัฐบาลชุดปัจจุบันของ นายสมัคร สุนทรเวช คิดที่จะ "ปัดฝุ่น" ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้แล้ว จะทันต่อสถานการณ์ช่วยรักษาชีวิตของร้านค้าปลีกรายเล็กภายในประเทศหรือไม่ ในเมื่อ "สาขา" ของโมเดิร์นเทรดในปัจจุบันได้รุกครอบคลุมการขายทั่วประเทศไปเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ได้สำรวจความเคลื่อนไหวของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (modern trade) หลังจากผ่านพ้นการทำงานของรัฐบาลชุดของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดยที่ยังไม่สามารถยกร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. ...ออกมามีผลบังคับใช้ได้สำเร็จ

ปรากฏจากการรวบรวมสถิติการขยายสาขา พบว่ามีห้างค้าปลีกสมัยใหม่ทุกประเภทขยายสาขาเพิ่มขึ้นถึง 1,113 สาขา หรือ จาก 5,078 สาขา ในปี 2549 มาเป็น 6,191 สาขา ในปี 2550 โดยประเภท convenience store พบว่า เซเว่นอีเลฟเว่นมีการขยายสาขามากที่สุด 658 แห่ง รองลงมาได้แก่โมเดิร์นเทรดที่ขายสินค้าเฉพาะ (วัตสัน-เพาเวอร์บาย) ขยายสาขาเพิ่มขึ้นจาก 381 สาขา เป็น 751 สาขา

ขณะที่ modern trade ประเภท hypermarket/supercenter พบว่าเทสโก้ โลตัส มีการขยายสาขามากที่สุด รวมทั้งหมด 112 สาขา โดยเป็นการขยายสาขาของ โลตัส เอ็กซ์เพรส ถึง 98 สาขา, ตลาดโลตัส 8 สาขา, โลตัสแวลู่ 4 สาขา และ ไฮเปอร์มาร์เก็ต 2 สาขา ด้านห้างแม็คโครมีการขยายสาขาเพียง 11 สาขา, คาร์ฟูร์ขยายสาขาเพียง 3 สาขา ส่วนบิ๊กซีไม่มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเลย


ล่าสุดมีรายงานข่าวเข้ามาว่า ในปี 2551 ห้างโมเดิร์นเทรดกลุ่ม hypermarket/supermarket ได้แจ้งแผนการขยายสาขาต่อกระทรวงพาณิชย์มาแล้วประมาณ 98 แห่ง โดยในจำนวนนี้มีเทสโก้ โลตัส คาดว่าจะขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 72 แห่ง แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 6 แห่ง, ตลาด 8 แห่ง, เอ็กซ์เพรส 52 แห่ง และเทสโก้ แวลู่ 6 แห่ง ขณะที่บิ๊กซีแจ้งแผนการขยาย 13 แห่ง ส่วนคาร์ฟูร์-แม็คโครยังไม่ได้แจ้งแผนการขยายสาขา

นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมจะเสนอความคืบหน้าของการดำเนินการดูแลระบบค้าปลีกค้าส่งต่อ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในเร็วๆ นี้ เพื่อให้ระดับนโยบายพิจารณาว่า จะดำเนินการอย่างไร และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการดูแลกลุ่มผู้ประกอบการ รายย่อยในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายค้าปลีก

ขณะที่กรมการค้าภายในเองก็ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงมาตรการในการดูแลการขยายสาขา โดยเบื้องต้นกรมการค้าภายในเสนอให้ใช้มาตรการตาม พ.ร.บ.ผังเมืองเข้ามาดูแลการขยายสาขา แต่ขอให้แต่ละจังหวัดกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ว่าจะให้ขยายสาขาห่างจากพื้นที่ชุมชนมากน้อยเพียงใด เพราะขณะนี้ในบางจังหวัดไม่มีการกำหนดระยะห่างไว้แล้ว

อย่างไรก็ตามมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เกี่ยวข้องในกระทรวงพาณิชย์ถึงการแก้ไขปัญหาระบบค้าปลีกค้าส่ง ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะการยกร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง พ.ศ. ...นั้นเชื่อว่า จะไม่ได้รับการพิจารณาในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งคงเป็นเหมือนรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะกฎหมายฉบับนี้มีความสัมพันธ์กับหลายฝ่าย โดยเฉพาะนักลงทุนจากต่างประเทศ และหากไม่มีการกำหนดกติกาดูแลระบบค้าปลีกค้าส่งที่ชัดเจนย่อมจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยอย่างแน่นอน

สำหรับความคืบหน้าของการยกร่าง พ.ร.บ. ค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. ...ได้ยุติถึงขั้นตอนการ พิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ซึ่งมีนายวิษณุ เครืองาม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานไปแล้ว นั่นหมาย ความว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่สามารถส่งร่างเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. วาระ 2 และวาระ 3 ได้ทัน เนื่องจากสิ้นสุดการทำงานของ สนช. หลังจากมีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550

ทั้งนี้สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง เดิมได้กำหนดให้ผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง 3 ประเภทต้องขอ "อนุญาต" ประกอบธุรกิจค้าปลีก ค้าส่งจากกระทรวงพาณิชย์ ประกอบด้วย 1) ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป 2) ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่มียอดขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป และ 3) ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่ซื้อสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาหรือสิทธิอย่างอื่น

กล่าวคือ ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ ได้แก่ เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, คาร์ฟูร์, แม็คโคร หรือห้างสรรพสินค้าทั่วๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นเซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์, ตั้งฮั่วเส็ง จะต้องมาขออนุญาตในการประกอบธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่มีขนาดเล็ก ซึ่งเป็นสาขาย่อยของค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ เช่น โลตัส เอ็กซ์เพรส ก็ต้องมาขออนุญาต รวมไปถึงร้านสะดวกซื้อต่างๆ ที่มียอดขายรวมกันเกิน 1,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น, แฟมิลี่มาร์ท, เฟรชมาร์ท เป็นต้น ที่จะต้องมาขออนุญาต โดยรวมไปถึงผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ไปประกอบธุรกิจด้วย

ส่วนธุรกิจค้าปลีกค้าส่งอื่นๆ กฎหมายได้ "ยกเว้น" ให้ธุรกิจดังต่อไปนี้ไม่ต้องขออนุญาต คือการขายยา, การค้าน้ำมัน, การขายหนังสือหรือหนังสือพิมพ์, การขายของที่ระลึกตามแหล่งท่องเที่ยว, การขายอัญมณีหรือเครื่องประดับ, การขายอาหารสำเร็จรูป, การขายสินค้าชุมชน ส่วนธุรกิจค้าปลีกค้าส่งอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจากนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง ที่จะเป็นผู้กำหนดออกมาว่า จะให้ขออนุญาตหรือไม่ โดยออกเป็นกฎกระทรวงในภายหลัง

นอกจากนี้กฎหมายฉบับนี้ยังได้ตัดคณะ กรรมการควบคุมระดับจังหวัดออกไป โดยให้มีเพียงคณะกรรมการส่วนกลางเพียงชุดเดียว เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ออกระเบียบ การพิจารณาใบอนุญาต การจัดทำกฎกระทรวง เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และยังให้คณะกรรมการฯมีอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจ เช่น กำหนดสถานที่ตั้ง ระยะห่างจากตัวเมือง วันเวลาเปิดปิด การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภค และหลักเกณฑ์อื่นๆ ที่เห็นว่าจำเป็น

โดยในมาตรา 33 ระบุไว้ชัดเจนว่า ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่ดำเนินธุรกิจอยู่ก่อนที่กฎกระทรวงจะมีผลบังคับใช้ ให้ยื่นขออนุญาตภายใน 60 วัน และยังประกอบธุรกิจต่อไปได้ ส่วนที่กำลังอยู่ระหว่างการขออนุญาตก่อสร้างหรือขยายสาขาต้องมาแจ้ง และอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ แต่ที่ได้รับอนุญาตไปแล้วก็สามารถดำเนินการได้ต่อไป

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ - วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3977 (3177)

แสดงความคิดเห็น

« 1012
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Hyperlink Text Color :)
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

สภาร้อยเกาะ :: เครือข่ายพลเมืองชาวเกาะ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

กระบวนการสร้างสรรค์ทางปัญญา เพื่อให้พลเมืองผู้มีจิตอาสา ได้ร่วมกำหนดทิศทางพัฒนา เมืองร้อยเกาะสู่เมืองน่าอยู่ เมืองน่าเที่ยว