สภาร้อยเกาะ

ทั่วไป

ถึงเวลา "มองออกนอกรั้วโรงแรม"

by Nathon001 @September,24 2007 23.39 ( IP : 125...147 )

ถึงเวลา "มองออกนอกรั้วโรงแรม"

เมื่อเดือนที่แล้ว ผมได้ฟังคุณเอกสิทธิ์ โชติกเสถียร CEO หนุ่มไฟแรงแห่ง Turismo Asia พูดเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ของแหล่งท่องเที่ยวในงานสัมมนาที่ธนาคารไทยพาณิชย์จัดขึ้นที่เกาะสมุย คุณเอกสิทธิ์ให้ข้อคิดที่ถูกใจผมมากว่า ถึงเวลาแล้วที่โรงแรมต่างๆ จะต้อง "มองออกนอกรั้วโรงแรม"

ทุกเมืองท่องเที่ยวในเมืองไทยมีโรงแรมสี่ดาว ห้าดาวจำนวนมาก ทั้งโรงแรมใหญ่ๆ ที่เป็น chain hotel อยู่ในกลุ่มโรงแรมระดับโลก และโรงแรมเล็กๆ หรือ boutique hotel ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรื่องการออกแบบและการบริการไม่ต้องพูดถึง โรงแรมในเมืองไทยทั้งสวย เก๋ เท่ ดีเยี่ยมจนได้รับรางวัลระดับโลกมานับไม่ถ้วน

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า มาตรฐานของโรงแรมชั้นนำในเมืองไทยแข่งขันกับโรงแรมชั้นนำในต่างประเทศได้สบาย แต่ถ้าถามว่าแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยจะแข่งขันกับแหล่งท่องเที่ยวในต่างประเทศได้หรือไม่ และเมืองไทยจะสามารถขยายตลาดนักท่องเที่ยว high end ได้อย่างต่อเนื่องในอีก 3-5 ปีข้างหน้าหรือไม่ ผมคิดว่าเราคงจะต้องคิดหนักก่อนที่จะตอบ โดยเฉพาะในช่วงเวลาปัจจุบันที่ปัจจัยแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ทั้งค่าเงินบาทแข็ง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยสูงขึ้น การมีสองสนามบินในกรุงเทพฯ ที่ไม่สะดวกในการต่อเครื่องบิน ปัญหาการประท้วงทางการเมือง และความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่มีทีท่าจะจบลงในเร็ววัน นอกจากนี้ เราต้องเผชิญกับการแข่งขันจากแหล่งท่องเที่ยวรอบบ้าน เช่น เวียดนาม และมาเลเซียที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ลงทุนประชาสัมพันธ์จนเป็นที่รู้จักมากขึ้น และคุ้มค่ากว่าในสายตานักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยว high end จำนวนมากถูกชักชวนให้มาเมืองไทยด้วยชื่อเสียงและโฆษณาของโรงแรม สวย เก๋ เท่ ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นที่ภูเก็ต สมุย กระบี่ พัทยา หรือเชียงใหม่ นักท่องเที่ยว high end ยอมจ่ายค่าห้องแพงๆ เพราะโรงแรมเหล่านี้ให้บริการทุกอย่างได้ตามที่คาดหวัง ไม่ว่าจะเป็นการเอาใจใส่ใกล้ชิด บริการที่รักษาความเป็นส่วนตัวสูง สถาปนิกออกแบบทั้งโรงแรมและห้องพักได้อย่างเซ็กซี่ และมีเสน่ห์ และมีสปาคุณภาพระดับโลกไว้บริการ แต่ถ้าต้องการให้นักท่องเที่ยว high end เหล่านี้พักอยู่นานๆ หรือมาเที่ยวแล้วกลับมาอีกบ่อยๆ การมีแค่โรงแรม สวย เก๋ เท่ ดีเยี่ยมนั้นอาจจะไม่เพียงพอ แหล่งท่องเที่ยวที่จะแข่งขันได้ในระยะยาว จะต้องมีมากกว่าโรงแรมที่สวย เก๋ เท่ ดีเยี่ยม

คุณเอกสิทธิ์ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า ถ้าต้องการให้นักท่องเที่ยว high end พักอยู่นานๆ หรือกลับมาเที่ยวเป็นรอบที่สอง หรือรอบที่สามนั้น ความสำคัญจะอยู่ที่ปัจจัยนอกรั้วโรงแรม นักท่องเที่ยวที่มาพักอยู่นานๆ ต้องสามารถทำกิจกรรมที่ตัวเองถูกใจได้อย่างสบายใจ คงต้องเริ่มจากกิจกรรมพื้นฐานที่สุด คือการเดินเล่นรอบๆ โรงแรมเพื่อหาร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือซื้อของ นักท่องเที่ยว high end มักจะชอบแต่งตัวสวยๆ ออกไปหาที่ทานอาหารเย็นกันทั้งครอบครัว แต่ถ้าพ้นรั้วโรงแรมแล้วไม่มีทางเท้าให้เดิน ต้องคอยเดินหลบกองขยะ น้ำเจิ่งนอง และหลบมอเตอร์ไซค์ไปมาบนถนน ก็คงจะเดินอย่างถูกใจ หรือสบายใจได้ยาก ยังไม่ต้องคิดถึงพวกไกด์ผีที่คอยตามขายทัวร์ และคนขายของที่ระลึกที่ตามล้อมหน้าล้อมหลังอีกด้วย

ถ้านักท่องเที่ยวออกไปเดินเล่นนอกรั้วโรงแรมแล้วไม่ประทับใจ ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในรั้วโรงแรมเป็นส่วนใหญ่ ก็คงยากที่นักท่องเที่ยว high end จะกลับมาใหม่ ไม่ว่าโรงแรมจะสวย เก๋ เท่ ดีเยี่ยมเพียงใดก็ตาม มาครั้งเดียวก็พอแล้ว เพราะได้มาทดลองความ สวย เก๋ เท่ ดีเยี่ยมของโรงแรมสมกับคำร่ำลือแล้ว ไม่ได้ติดใจบรรยากาศของแหล่งท่องเที่ยวโดยรวม และในโลกนี้ยังมีโรงแรมสวย เก๋ เท่ ดีเยี่ยมที่เมืองอื่น หรือประเทศอื่นให้ทดลองอีกมาก ถ้านักท่องเที่ยวคิดอย่างนี้แล้ว อัตราค่าที่พักที่โรงแรมสี่ดาว ห้าดาวหวังว่าจะปรับได้สูงขึ้นให้คุ้มค่ากับการลงทุนให้โรงแรมสวยมากขึ้น ดีมากขึ้นนั้น ก็คงจะเป็นไปได้ยาก

ข้อคิดเรื่อง "มองออกนอกรั้วโรงแรม" ของคุณเอกสิทธิ์ จึงสำคัญมาก ถ้าจะให้เมืองท่องเที่ยวของไทยแข่งขันได้ในระยะยาว เพื่อดึงนักท่องเที่ยว high end ให้กลับมาบ่อยๆ และพักอยู่นานๆ ผู้ประกอบการโรงแรมในเมืองท่องเที่ยว คงต้องร่วมคิดว่าทำอย่างไร นักท่องเที่ยวจะประทับใจปัจจัยต่างๆ นอกรั้วโรงแรม ไม่น้อยไปกว่าปัจจัยในรั้วโรงแรม เป็นที่น่ายินดีว่าสมาคมโรงแรมและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในบางหาดของภูเก็ตได้ทั้งคิด และทำเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งความรับผิดชอบพื้นที่ส่วนรวม ยอมลงทุนจ้างพนักงานเพิ่มเพื่อรักษาความสะอาดบริเวณถนน และชายหาดหน้าโรงแรม ร่วมกันจัดระเบียบความเรียบร้อยของที่จอดรถ และทางเท้า ปลูกต้นไม้และจัดสวนตามทางเดิน ร่วมกันจัดกิจกรรมดนตรี กีฬา และเทศกาลต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยว

เรื่องพื้นฐานที่สำคัญมากอีกเรื่องหนึ่งคือ การร่วมกันวางระบบรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นเพียงเหตุการณ์เดียว จะเป็นผลเสียต่อทุกโรงแรมในบริเวณใกล้เคียง ไม่ว่าระบบรักษาความปลอดภัยภายในโรงแรมแต่ละแห่งจะดีแค่ไหนก็ตาม เรื่องความปลอดภัยนอกรั้วโรงแรม เป็นเรื่องที่ต้องมีเครือข่าย ต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ บาหลี เป็นตัวอย่างใกล้บ้านที่เห็นได้ชัดเจน แม้ว่าบาหลีมีโรงแรม สวย เก๋ เท่ ดีเยี่ยมไม่น้อยไปกว่าภูเก็ต แต่นักท่องเที่ยวไม่รู้สึกว่าบาหลีปลอดภัย จะสร้างรั้วโรงแรมให้สูงหรือแข็งแรงแค่ไหน นักท่องเที่ยวก็คงไม่สบายใจ และไม่ไปอยู่ดี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว high end ที่มักจะตีค่าชีวิตของตัวเองไว้สูง ไม่ต้องการเสี่ยง

ผมเชื่อว่าการร่วมมือกันพัฒนาสภาพและบรรยากาศนอกรั้วโรงแรมกำลังเกิดขึ้นอีกหลายจุดในเมืองไทย แต่ก็มีอีกหลายแห่งที่ผู้ประกอบการมองว่าเรื่องนอกรั้วโรงแรมเป็นเรื่องของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งส่วนกลาง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าของโรงแรมจำนวนไม่น้อยเห็นว่า โรงแรมอื่นเป็นคู่แข่งและผู้ประกอบการท่องเที่ยวอื่น มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับตน จึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องทุ่มเทแรงกาย แรงสมอง และแรงเงินมาร่วมกันทำเรื่องนอกรั้วโรงแรม ให้เกิดผลอย่างจริงจัง มองไปข้างหน้า โรงแรมเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเสียความสามารถในการแข่งขัน ให้กับโรงแรมที่ตั้งอยู่ในบริเวณอื่น หรือประเทศอื่นที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำเรื่องนอกรั้วโรงแรมกันอย่างเต็มที่ จะหวังให้หน่วยงานภาครัฐ มาคอยผลักดันให้เกิดขึ้นก็คงยาก เพราะหน้าที่ความรับผิดชอบ เรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์แหล่งท่องเที่ยว ได้ถูกแบ่งกระจายตามหน่วยงานต่างๆ จนหาเจ้าภาพที่จะลุกขึ้นมาเป็นตัวตั้งตัวตีไม่ค่อยได้

เรามักจะได้ยินรัฐบาลและนักคิดพูดถึงการสร้าง cluster สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ ในความเห็นของผม อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ควรจะสร้าง cluster ให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายที่สุด ถ้าทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งโรงแรม และผู้ประกอบการท่องเที่ยวอื่นๆ ในพื้นที่ร่วมคิดร่วมทำกันอย่างจริงจัง ข้อคิดเรื่อง "มองออกนอกรั้วโรงแรม" ของคุณเอกสิทธิ์เป็นจุดเริ่มต้นที่ปฏิบัติได้ไม่ยาก สามารถเริ่มจากเรื่องพื้นฐานเล็กๆ เช่น การจัดการขยะ การรักษาความปลอดภัย หรือการจัดระเบียบทางเท้าและที่จอดรถ ก่อนที่จะขยายวงให้กว้างขึ้น เราคงอยากจะเห็นแหล่งท่องเที่ยวของไทยแข่งขันได้ในระยะยาว ถ้าแหล่งท่องเที่ยวคู่แข่งของเราทำเรื่องนอกรั้วโรงแรม ให้เกิดผลก่อนเราแล้ว ต่อให้เราจะมีโรงแรมสี่ดาว ห้าดาวที่สวย เก๋ เท่ ดีเยี่ยมแค่ไหนก็ตาม ผมว่ายากที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว high end ให้กลับมาเที่ยวบ่อยๆ และพักอยู่นานๆ คงถึงเวลาที่ผู้ประกอบการโรงแรมต้อง "มองออกนอกรั้วโรงแรม" และ "ทำเรื่องนอกรั้วโรงแรม" กันอย่างจริงจังแล้วครับ

Comment #1
โรงแรม ไม่มีดาว
Posted @October,02 2007 20.51 ip : 124...31

เราได้ยิน ททท. พูดแต่ high end โรงแรมห้าดาว สี่ดาว ขายห้องแพง แพง แล้วโรงแรมไม่มีดาว แต่มีดวงจันทร์ แบบบังกะโล ราคาถูก ถูก จะเอาไงอะ หรือรอให้ฝรั่ง กับ พวกกรุงเทพ มาเทคโอเวอร์พวกเรา มองนอกรั้วก็ไม่ว่ากัน แต่อย่ามองข้ามหัว พวกไร้ดาวนะท่าน

แสดงความคิดเห็น

« 1167
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Hyperlink Text Color :)
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

สภาร้อยเกาะ :: เครือข่ายพลเมืองชาวเกาะ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

กระบวนการสร้างสรรค์ทางปัญญา เพื่อให้พลเมืองผู้มีจิตอาสา ได้ร่วมกำหนดทิศทางพัฒนา เมืองร้อยเกาะสู่เมืองน่าอยู่ เมืองน่าเที่ยว