สภาร้อยเกาะ

ทั่วไป

เปิดร่างแผนแม่บทพัฒนาการเมืองขับเคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์

by Nathon001 @July,19 2007 00.49 ( IP : 125...121 )

เปิดร่างแผนแม่บทพัฒนาการเมือง ขับเคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์ สู่เป้าหมาย หวังแก้ปํญหาการเมือง-ทุจริตผลประโยชน์ทับซ้อน ขีดเส้นนักการเมืองห้ามนอกลู่นอกทางแสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเอง

            เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2550 สถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดสัมมนาเพื่อเสนอร่างแผนแม่บทพัฒนาการเมืองต่อสาธารณะ โดย รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานคณะอนุกรรมการยกร่างแผนแม่บทพัฒนาการเมือง กล่าวว่า แผนแม่บทพัฒนาการเมืองเป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญของรัฐบาล ที่ได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ที่จะให้มีการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมืองและจัดทำแผนพัฒนาการเมืองขึ้น

            โดยนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะทำงานชุดใหญ่ เพื่อดำเนินการให้นโยบายดังกล่าวบรรลุผล ซึ่งในการจัดทำแผนพัฒนาการเมืองฉบับนี้มีความแตกต่างจากแผนพัฒนาการเมือฉบับที่ผ่านๆ มา เนื่องจากพิจารณาถึงมติต่าง ๆ ทั้งมิติทาง การเมือง มิติผู้นำทางการเมือง มิติทางวัฒนธรรม มิติด้านความเข็มแข็งพลเมืองและมิติด้านชุมชนท้องถิ่น ซึ่งยึดหลักการสำคัญคือ มุ่งการแก้ไขปัญหาทางการเมืองที่สังคมไทยเผชิญ ในช่วงที่ผ่านมา เช่น วิกฤตการเมือง คุณธรรมจริยธรรมของนักการเมือง ปัญหาทุจริต ประพฤติมิชอบของหน่วยงานรัฐ วิกฤตด้านความมั่นคง

            ร่างแผนแม่บทดังกล่าวได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาการเมืองออกเป็น 6 ด้าน คือ 1. การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและส่งเสริมความเข็มแข็งของภาคประชาสังคม 2. การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมือง 3. คุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง 4.ธรรมาภิบาลทางการเมืองและการบริหาร 5.ความมั่นคง สังคมสมานฉันท์ และการจัดการความขัดแย้ง และ6.การกระจายอำนาจ และการสร้างความเป็นธรรมในการบริหารทรัพยากร ทั้งนี้ผลการยกร่างจะนำเสนอต่อ นายกฯต่อไป

            จากนั้นได้ให้ผู้วิจัยโครงการจัดทำแผนแม่บททางการเมือง ได้นำเสนอผลการ ศึกษาฯ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์กมลทิพย์ แจ่มกระจ่าง นำเสนอผลการศึกษายุทธศาสตร์ที่ 1 ว่า ยุทธศาสร์นี้มีเป้าหมายเพื่อวางมาตราการในการปกป้องและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เพราะถือเป็นหลักการสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประกอบด้วย 5 พันธกิจที่สำคัญ คือ 1.การเสริมสร้างความเข้มแข็งของพลเมืองและสิทธิ ชุมชน 2.การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 3.การเสริมสร้างสถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ 4.การสร้างกลไกการปรึกษาหารือสาธารณะ และ 5.การสร้างกลไกรับฟังความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย

            โดยเฉพาะโครงการพัฒนาของรัฐที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนต้องมีการทำประชาพิจารณ์ ทั้งนี้ในแต่ละพันธกิจก็จะมีกลยุทธ์การพัฒนาทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น ในพันธกิจการเสริมสร้างสถาบันสื่อมวลชนที่เป็นอิสระนั้น ต้องมีการส่งเสริมสื่อมวลชนเปิดพื้นที่สำหรับการนำเสนอข่าวสารภาคประชาชน การตรวจสอบอำนาจรัฐ มีช่วงเวลานำเสนอข่าวที่เป็นสาระทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

            ผศ.ดร.สมเกียรติ วรปัญญาอนันต์ นำเสนอผลการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 2 ”การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วม ทางการเมือง “ว่า วัตถุประสงค์สำคัญก็เพื่อพัฒนากระบวนการการมีส่วนร่วมทางการเมือง แบบประชาธิปไตย โดยผ่านกระบวนการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบ ประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข็มแข็งของภาคพลเมือง ให้สามารถแสดงบทบาทางการเมืองในการถ่วงดุล ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ตลอดจนการมีส่วนร่วม ตัดสินใจทางการเมืองที่สำคัญซึ่งมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน โดยการขับเคลื่อน

            การพัฒนาการเมืองนี้ต้องประกอบด้วยพันธกิจที่สำคัญ ประกอบด้วย การเสริมสร้างความรู้ ทางการเมืองแก่พลเมือง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้มีโครงการพัฒนาการเรียนรู้ทางการ เมืองภายในโรงเรียน พรรคการเมืองจัดกิจกรรมทางการเมืองในรูปแบบต่างๆอย่างสม่ำ เสมอ โดยให้ถือเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการได้รับเงินอุดหนุนพรรคการเมือง เป็นต้น การเสริมสร้างประชาธิปไตยแบบปรึกษาทางการเมือง และการเสริมสร้างประชาธิปไตยทางตรง เช่น การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติ

            ผศ.ดร.สมเกียรติ ได้รายงานผลการศึกษาวิจัยในยุทธศาสตร์ ที่ 3 “คุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำและนักการเมือง” ว่า หลักสำคัญในยุทธศาสตร์นี้ก็ คือ การสร้างกลไกลในการคัดกรองบุคคลการเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง และกลไกใน การป้องกันการละเมิดหลักคุณธรรมและจริยธรรมทางการเมือง เพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งทาง

การเมืองมีความรับผิดชอบต่อประชาชน รวมถึงบทลงโทษอย่างจริงจังต่อผู้นำและนักการ เมืองที่ประพฤติผิดหรือทุจริต

            ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์นี้มีพันธกิจที่สำคัญ คือ

            1.การแยกทุนจากการเมือง โดยกำหนดระบบบัญชีและจำกัดสัดส่วนการสนับสนุนเงินแก่พรรคการเมืองที่มีมาตราฐานเดียวกัน ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการดำรงตำแหน่ง หรือมีบทบาท หรือส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารธุรกิจเอกชนของรัฐมนตรี เปิดช่องทางให้สามารถเข้าถึงข้อมูลบัญชี ทรัพย์สินและหนี้สินของนักการเมืองทุกระดับรวมถึงกลุ่มทุนทางการเมืองด้วย

            2.การสร้างกลไกป้องกันผล ประโยชน์ทับซ้อน โดยการ ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหนี้สินของนักการเมือง และข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาผล ประโยชน์ทับซ้อน กำหนดมาตราการป้องกันการนำข้อมูลราชการไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง รวมทั้งสร้างช่องทางการร้องเรียน ฟ้องร้อง ของประชาชนต่อนักการเมืองที่ทุจริต ลดสิทธิพิเศษและสิทธิประโยชน์ของนักการเมือง

            ส่วนพันธกิจที่ 3.คือ สร้างระบบการควบคุมและการลงโทษทางสังคมนั้น โดยปรับปรุงบทลงโทษนักการเมืองที่ทุจริต ให้สื่อมวลชน และภาคประชาสังคมมีบทบาทในการเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความผิดทางการ เมืองอย่างต่อเนื่องโดยได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการเมือง พร้อมทั้ง กำหนดให้คดีทุจริตของนักการเมืองให้ไม่มีข้อจำกัดทางอายุความ นอกจากนี้กำหนดให้มีมาตราการ เว้นวรรคนักการเมืองที่ทำผิดและเพิ่มบทลงโทษ เช่น ห้ามลงสมัครการเมืองหรือข้าราชการ ในระยะเวลา 10 ปี และพันธกิจที่

            4.การพัฒนากลไกการคัดสรรบุคคลกรที่มีคุณธรรมจริยธรรม โดยให้มีการปรับปรุงประมวลจริยธรรมของส.ส.และส.ว.ให้ทันสมัย โดยให้เครือข่ายภาคประชาชนมีส่วนร่วม มีการจัดทำฐานข้อมูลนักการเมือง ให้มีคณะกรรมการกำกับวินัยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

            รศ.ดร.ธงชัย วงศ์ชัยสุวรรณ นำเสนอยุทธศาสตร์ที่ 4 “ธรรมาภิบาลทางการ เมืองและการบริหาร” ว่า ยุทธศาสตร์นี้มุ่งเน้นให้ระบอบการเมือง การปกครอง และการบริหารราชการแผ่นดิน มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม มีประสิทธิภาพ โปร่งใสตรวจสอบได้ และเพื่อประโยชน์สาธารณะ ที่สำคัญต้องเปิดโอกาสและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด โดยมีกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายคือ 7 ประการ คือ

            1.การเสริมสร้าง สถาบันทางการเมืองที่ใช้อำนาจทางการเมือง เช่น รัฐสภา องค์กรอิสระ ที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยอาจมีการจัดตั้งสภาประชาชนหรือ สมัชชาประชาชน

            2.การสร้าง ระบบตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ

            3.การสร้างระบบการตรวจสอบและการรับผิดชอบทางการเมือง ที่จัดให้มี คณะกรรมการกำกับวินัยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
            4.การเสริมสร้างระบบการบริหารการปกครองตามหลักนิติธรรม

            5.การสร้างความชอบธรรมทางการเมือง
            6.การเสริมสร้างระบบการเมืองและการบริหารโดยเน้นผลประโยชน์สาธารณะและ
            7.การเสริมสร้างความโปร่งใสทางการเมืองและการบริหาร

            รศ.ธงชัย ยังได้นำเสนอผลการศึกษายุทธศาสตร์ที่ 5 [/u]“ความมั่นคง การจัดการ ความขัดแย้งและการสร้างสังคมสมานฉันท์” ว่า ยุทธศาสตร์นี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อวาง แนวทางการพัฒนาระบบการเมืองไทยให้เอื้ออำนวยต่อการเสริมสร้างการอยู่รอดปลอดภัย ของคนในสังคมและความมั่นคงของชาติ บนเงื่อนไขของการบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ใน 3 เรื่อง คือ การปกป้องและรักษาเอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน การดูแล ให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข รักษาสถาบันสำคัญของชาติ และปกป้องผลประโยชน์ของชาติ บนเวทีการเมืองระหว่างประเทศ

            รศ.ธงชัย กล่าวว่า การจะนำไปสู่เป้าหมายนี้มีพันธกิจที่สำคัญ 4 ประการ คือ 1. ด้านการเสริมสร้างความมั่นคงภายในชาติ ที่เน้นเรื่องการข่าว โดยให้คนในพื้นที่เข้ามาร่วม มือกับรัฐในการรักษาความมั่นคง พัฒนาระบบเทคโนโลยีด้านความมั่นคง เช่น การพัฒนา ระบบข้อมูลข่าวสาร การติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในจุดที่สำคัญ 2.ด้านการจัดการความขัดแย้งโดยสันติวิธี ซึ่งควรมีเวทีเรียนรู้การจัดการความขัดแย้ง โดยอาจอยู่ในรูปแบบ ของ”คลินิกยุติธรรมชุมชน” “กระบวนการยุติธรรมชุมชน”และ”อนุญาโตตุลาการชุมชน” เป็นต้น

            ในขณะที่พันธกิจที่ 3.คือ การเสริมสร้างความอดทนอดกลั้นทางการเมืองให้เกิดขึ้นทุกภาคส่วนของสังคม ที่ให้มีการจัดหลักสูตรเพื่อเรียนรู้ความอดทนอดกลั้น จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานของราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4.ด้านการเสริมสร้างความ สามารถในการอยู่ร่วมกันของคนในชาติท่ามกลางความหลากหลาย โดยให้รัฐปฏิรูปการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อเปิดพื้นที่ให้ประวัติท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของชาติ ประกาศให้ภาษาท้องถิ่นเป็นภาษาสื่อสารในการทำงาน

            ผศ.กมลทิพย์ แจ่มกระจ่าง ได้นำเสนอ[u]ยุทธศาสตร์ที่ 6 “ยุทธศาสตร์ด้านการ กระจายอำนาจและการสร้างความเป็นธรรมในการบริหารทรัพยากร” ว่า ยุทธศาสตร์ที่ 6 เป็นยุทธศาสตร์สุดท้ายของแผนร่างแม่บทพัฒนาการเมืองโดยเน้นการเสริมสร้าง ประชาธิปไตยในระดับพื้นฐาน ให้มีความเข้มและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วน ร่วมในกิจกรรมของท่องถิ่นโดยเฉพาะการบริหารจัดการทรัพยากรและพัฒนาท้องถิ่น

            โดยมี พันธกิจ 4 ประการ คือ 1.การเสริมสร้างความสำนึกในการเป็นเจ้าของท้องถิ่น โดยใช้เวที ชาวบ้านเป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น กำหนดให้มีการเก็บภาษีท้องถิ่นโดย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2.การสร้างความเป็นธรรมในการบริหารทรัพยากรท้องถิ่น โดยการจัดทำกฎหมายที่ให้การจัดสรรทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหน้าที่ของท้องถิ่นและชุมชน รวมทั้งมีกฏหมายเพื่อรองรับสิทธิชุมชนในด้านต่างๆโดยเฉพาะสิทธิในการฟ้องร้อง ความเสียหายจากรัฐกรณีถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน

            3.การสร้างกลไกการถ่ายโอนอำนาจให้ แก่ท้องถิ่น โดบปรับปรุงแผนแม่บทการกระจายอำนาจและแผนปฏิบัติการรวมถึงกฎหมาย ฉบับต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจให้สอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจที่แท้ จริงและ 4.การพัฒนาเครือข่ายร่วมกันระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แสดงความคิดเห็น

« 3174
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Hyperlink Text Color :)
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

สภาร้อยเกาะ :: เครือข่ายพลเมืองชาวเกาะ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

กระบวนการสร้างสรรค์ทางปัญญา เพื่อให้พลเมืองผู้มีจิตอาสา ได้ร่วมกำหนดทิศทางพัฒนา เมืองร้อยเกาะสู่เมืองน่าอยู่ เมืองน่าเที่ยว