ทั่วไป
เศร้าแน่ถ้า ภูเก็ต ซ้ำรอย พัทยา
ทักทายคุณเพื่อนบ้าน (ชาวไทย)
เปิดประเด็นร้อนด้วยเรื่องวิกฤตของเมืองภูเก็ต ที่ต่อเนื่องจากเรื่องเดิมที่เคยนำเสนอ "เสก ไร่มันสำปะหลัง เป็น บ้านฝรั่ง" ที่บ่งบอกถึงการรุกล้ำดินแดนไทยทีละคืบ ด้วยการไล่ซื้อที่ดินทำกินของชาวบ้าน ไปพัฒนาเป็นบ้านหรู ให้ฝรั่งอยู่อาศัย
เรื่องนั้น พูดเฉพาะ "พัทยา" เท่านั้น แต่โดยภาพรวมของเมืองท่องเที่ยวแล้ว มีลักษณะไม่แตกต่างกันเลย กว้านซื้อที่ดินแปลงงามๆ เพื่อขายต่อให้คนพัฒนาเป็นบ้านหรู ระดับราคาแพง ขายต่างชาติ
"ภูเก็ต" เองก็เหมือนกับ "พัทยา" หรืออาจจะรุนแรงกว่าในแง่ บ้านหรู เพราะเกือบ 100% ขายต่างชาติ และเกือบทั้งจังหวัดภูเก็ต กลายเป็นที่อยู่อาศัยของต่างชาติแล้วทั้งนั้น
ที่ดินในการพัฒนา จากอดีต เป็น "ที่ดินติดริมทะเล" เพื่อขายบ้านหรูติดริมทะเล มีหาดส่วนตัว
เศร้า...แผ่นดินไทย ผืนทรายไทย น่านน้ำทะเลไทย กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวของฝรั่ง เพียงแค่มีเงินดอลลาร์ถือเข้ามาเป็น "ใบเบิกทาง"
จนถึงทุกวันนี้ ที่ดินเหล่านี้ ที่ดินติดริมทะเล ราคาพุ่งสูงถึง 40 ล้านบาทต่อไร่ สูงจนไม่สามารถที่จะนำมาพัฒนาได้แล้ว ทำเลในการพัฒนาเลยขยับไปบนภูเขา ต้องหา "ที่ดิบบนภูเขา" มาทดแทน แล้วสร้างจุดขายใหม่ "เมาท์เทิร์น วิว" หรือมุมมองแบบพาโนราม่าบนภูเขา ที่สามารถมองภูเก็ตทั้งเมืองได้ถ้วนทั่ว
ที่ดินบนภูเขา ที่เดิมเป็นที่ดินทำกินของชาวบ้าน จึงเริ่มถูกบีบบังคับ และเต็มใจขายให้กับนายหน้าหาซื้อที่ดิน ไปสร้างเป็นโครงการหรู แล้วแต่นายทุนหน้าใหม่อยากจะลงทุน เอกสารสิทธิของโครงการที่ดินบนภูเขา จึงมีปัญหาค่อนข้างมาก อย่างกรณี โครงการ "เดอะพีค" ของหมอบุญ หรือนายแพทย์บุญ วนาสิน เจ้าของโรงพยาบาลปิยะเวช ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่เจอปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ
โครงการลักษณะนี้มีไม่น้อย แต่เหตุผลที่โครงการเดอะพีค ถูกจับตามองมาก ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง ให้ข้อมูลว่า มีการระเบิดภูเขา ตัดถนนขึ้นบนภูเขาอย่างเอิกเกริก มากเกินจนชาวบ้านจะรับได้ จึงส่งเสียงกระซิบไปยังหน่วยงานของรัฐ
และยังรวมไปถึง คู่แข่งโครงการใกล้เคียงที่ส่งเสียงไปยังหน่วยงานรัฐ เพื่อโจมตี หวังผลทางธุรกิจ ตัดหน้าคู่แข่งด้วยกันเอง
แต่ไม่ว่า จะเป็นใครที่กระจายเสียงให้ดัง สุดท้าย เรื่องก็ต้องเงียบไปในที่สุด เพราะนายทุนที่ลงทุนให้กับโครงการระดับพันล้านขึ้นไป คงไม่มีใครอยากขาดทุน ต้องล้มโครงการทิ้งกลางคัน ยังไงก็ต้องเดินหน้าในทุกรูปแบบ
โครงการล้ำที่ดินป่าไม้เช่นนี้ จึงยังเกิดขึ้นต่อเนื่องและคึกคักเหมือนกลายเป็นเรื่องปกติ ดูเหมือนว่า "ภูเก็ต" จะมีเรื่องราวร้ายแรงกว่า "พัทยา" แต่ไฉนเลย ถึงเปิดประเด็นว่า เศร้าแน่ถ้า "ภูเก็ต" ต้องซ้ำรอย "พัทยา" เพราะพัทยา น่าจะ ซ้ำรอย ภูเก็ตมากกว่า
เหตุผลที่ภูเก็ตต้องซ้ำรอยพัทยา จึงไม่ใช่เรื่อง การรุกล้ำของต่างชาติ เพราะเรื่องนี้ ภูเก็ต และ พัทยาสู่สีกันอยู่ไม่น้อย แต่เป็นเรื่อง "ธรรมชาติ ความสดใหม่ของหาดทราย ชายทะเล อันเสื่อมโทรม" ที่ ภูเก็ต มีวี่แววซ้ำรอยพัทยา มากเข้าทุกวัน
พัทยาในอดีตที่เคยสดใหม่ สดใส ถูกเหยียบย่ำด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จนความงดงามของทะเล และผืนทรายในวันนี้ แทบไม่เหลือเค้าความสวยงามให้รุ่นเราได้ชม กลายเป็นจังหวัด ที่คนไปเที่ยวไม่ได้นึกถึง ธรรมชาติ และท้องทะเล อันงดงาม แต่กลับหันไปนึกถึง ชีวิตกลางคืน คนกลางคืน ผับ บาร์ ความบันเทิง สถานที่เที่ยวสำหรับชายโสดและไม่โสด กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มากด้วยอบายมุขมากกว่าความงดงามทางธรรมชาติ
จนวันที่ พัทยา บอบช้ำ ยากเกินเยียว กลายเป็นผลให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก ต้องหันเหไปมองหาความเป็นธรรมชาติในจังหวัดอื่น
เมืองแห่งท้องทะเลอย่างภูเก็ต สมุย จึงเฟื่องฟูแทน จนเกินคนไทยเอื้อมถึงไปเสียแล้ว และด้วยความเป็นธรรมชาติอันงดงามที่ยังหลงเหลืออยู่ในภูเก็ต จึงกลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เพิ่มขึ้นในแต่ละปีจำนวนไม่น้อย
เศรษฐกิจในภูเก็ตจึงอู้ฟู จนมี "คนท้องถิ่น" น้อยกว่า "ผู้มาเยือน" ด้วยซ้ำ ตัวเลขของประชากรในภูเก็ตมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเพียง 3 แสนคน มีประชากรแฝงเข้ามาทำงานสูงถึง 4 แสนคน จำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละปีมากถึง 4 ล้านคน
วันนี้ ภูเก็ต กลายเป็นเมืองของนักท่องเที่ยวมากกว่าคนท้องถิ่น หรือคนไทยเจ้าของแผ่นดินภูเก็ต
แล้วเจ้าของโครงการ นักธุรกิจ คนลงทุน ที่ส่วนใหญ่พุ่งเป้าให้ความสำคัญกับคนต่างชาติที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเกษียณ ถึงขึ้นพัฒนาเป็น หมู่บ้านเฉพาะ โครงการเฉพาะสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้ มักให้นิยามว่า...การเข้ามาของต่างชาติวัยเกษียณ เขาหอบเงินสกุลนอกเข้ามานะ เขานำความเจริญเข้ามา เพราะเขาสร้างให้เกิดเศรษฐกิจที่ดีต่อจังหวัด เขาก่อให้เกิดการจ้างงาน พัฒนาอาชีพ
ว่ากันไปแล้ว อาชีพที่ว่าถูกพัฒนานั้น กลายเป็นพัฒนาจาก "อาชีพท้องถิ่น ทำกินส่วนตัว" สู่ "อาชีพแม่บ้าน และคนขับรถเงินเดือนสูง" กลายเป็นทาสเงินสกุลนอก
สิ่งที่ตามมาจากคำนิยามเหล่านี้ เราไม่สามารถได้มาฟรี แต่เราต้องแลกมา แลกมาด้วย ความทรุดโทรมของภูเก็ต แลกกับการเป็นเมืองที่มีคนสูงอายุสูง แลกมาด้วย "ขยะ" ล้นเมือง กำจัดไม่ได้ แลกมาด้วย ทรัพยากรที่หดหายไปมหาศาล เกาะ หน้าหาด ภูเขา ถูกกว้านซื้อไปปรนเปรอเงินสกุลนอก
ไฟฟ้า ในภูเก็ตไม่เพียงพอ...น้ำ ในภูเก็ต ต้องหาซื้อจากจังหวัดอื่น ทุกวันนี้ มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง ที่ลงทุนสร้าง แห่งละ 2,000 ล้านบาท ไม่เพียงพอ ต้องลงทุนอีก 4,000 ล้านบาท เพื่อต่อท่อซื้อน้ำเพิ่มจากเขื่อนเชี่ยวหลาน
ภูเก็ต จึงมีปัญหาเรื่อง น้ำ ขาดแคลน ไฟดับ ถี่จนชาวบ้านเองต้องทำใจ แต่คนมีเงิน ถือดอลลาร์ คงไม่ต้องกลัวปัญหา เพราะมีเครื่องปั่นไฟ มีเครื่องปั๊มน้ำ ดึงน้ำของชาวบ้าน แย่งไฟ ของชาวบ้านใช้ได้ตามสบาย ตามอำนาจเงินที่มีอยู่
และประเด็นที่น่าตกใจไม่น้อย คือ เรื่อง "ขยะล้นภูเก็ต" ที่ทุกวันนี้ ภูเก็ตมีความสามารถกำจัดขยะได้เพียง 40% จาก 100% ภูเก็ตมีขยะหลงเหลือสะสมทุกวันถึง 60% รัฐท้องถิ่นต้องอ้อนวอนรัฐส่วนกลาง ให้ทำโรงเผาขยะเพิ่มอีก 2,000 ล้านบาท แต่โรงเผาขยะ นี้ก็เป็นเพียงเครื่องมือแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น ในเวลาอันใกล้ ภูเก็ตก็เข้ารูปรอยเดิม คือ จำกัดขยะได้ต่ำกว่าขยะใหม่ที่เกิดขึ้น
นักลงทุนก็แห่กันเข้ามา ทั้งทุนใหญ่ ทุนเล็ก ไม่สนปัญหาอะไรทั้งนั้น สนแต่เพียง ทำอะไร แล้วจะได้เงิน ลงทุนอะไรแล้วจะได้กำไร เห็นเขาเปิด โรงแรม ในภูเก็ต แล้วนักท่องเที่ยวพักเต็ม 100% ก็อยากเปิดบ้าง แข่งกันเปิด แข่งกันดึงคนเข้ามา เห็นคนเขาขายบ้านหรูๆ ได้ดี ก็ทำบ้าง ไปดึงคนอังกฤษ ยุโรปมาซื้อ มาอยู่ จนปัญหาดังกล่าวขยายวงกว้าง แต่นายทุนเหล่านี้ ไม่เคยมอง...ไม่เลยจริงๆ
รัฐบาลส่วนกลางเอง ก็ไม่เคยมองเห็นปัญหาเหล่านี้ หรือมองข้ามไป แล้วทำเพียง ส่งเสริมประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว ดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเพิ่มเท่านั้น? เท่านี้? ปีนี้จะเพิ่มเท่าไร? เงินจะไหลเข้ามาเท่าไร? แต่ไม่เคยมองเลยว่า ผลกระทบจะเกิดขึ้นมากเท่าไร? ถ้ามีนักท่องเที่ยวเพิ่มตามเป้าหมาย
มีคนกล่าวว่า...ถ้าภูเก็ต ไม่ได้รับการแก้ไข แล้วปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้ เพิ่มขึ้น ไม่หยุดหย่อน เขาว่า ใน 5 ปีนับจากนี้ ภูเก็ต คงซ้ำรอย พัทยา
และ ภูเก็ต ก็กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวหมดสภาพทางธรรมชาติ แต่เฟื่องฟูด้วยความบันเทิงและอบายมุขแทน
อยากให้คนไทย ช่วยกันเลือกว่า อยากให้ ภูเก็ต เฟื่องฟูในด้านไหน ธรรมชาติ หรือ อบายมุข ถ้าเลือกความเป็นธรรมชาติ เราคงต้องช่วยกันมากขึ้น
เศร้าจัง
ไม่ ... ไม่
หรอยเหวย